วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รถยนต์จมน้ำ - แนะนำการตรวจสภาพรถยนต์หลังน้ำท่วม



แน่นอนว่าเมื่อน้ำลดลงแล้วผู้ใช้รถยนต์ทั้งหลาย ต่างก็ต้องทยอยนำรถออกมาใช้ ยิ่งเป็นรถยนต์ที่น้ำไม่ท่วมสูงก็ยิ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  แต่สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูงจนรถจมไปทั้งคันคงต้องทำใจกันหน่อย

หลังน้ำท่วม - ต้องตรวจเช็ครถยนต์อย่างไรบ้าง

หลังจากที่น้ำรถแล้วรถยนต์ทุก ๆ คันควรได้รับการตรวจเช็ค แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้รับการเช็คสภาพรถไปแล้วก็ตาม ซึ่งการตรวจเช็คสภาพรถหลังน้ำท่วมนั้น ก็เหมือนกับการเช็ครถทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำมันต่าง ๆ ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย น้ำมันเบรก น้ำมันคลัตช์ น้ำมันเพาเวอร์ ระบบสายพาน ตลับลูกปืน เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนน

น้ำท่วมรถยนต์แล้วจะยังสตาร์ทติดหรือไม่

 ในกรณีที่รถถูกน้ำท่วมไม่สูงเกินกว่าครึ่งล้อรถยนต์ หากสตาร์ทติดก็ให้อุ่นใจว่ารถไม่น่าจะได้รับความเสียหายอะไรมากมายนัก แต่ก็อย่างนิ่งนอนใจ เมื่อสตาร์ทรถติดแล้วให้ขับไปเช็คที่ศูนย์ให้บริการเช็คสภาพอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

  อ๊ะ ๆ .... แม้น้ำจะท่วมแค่ครึ่งล้อแต่รถก็อาจจะสตาร์ทไม่ติดก็ได้ เพราะ 1. มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา เพราะตำแหน่งของมอเตอร์สตาร์ทนั้นอยู่ในระดับต่ำอาจจะเสี่ยงต่อน้ำเข้าก็เป็นได้ หรือไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นเพราะ 2. แบตเตอรี่มีปัญหา ลองใช้วิธีต่อสายพ่วงดูอาจจะแก้ปัญหาได้

แต่หากรถยนต์ของคุณถูกน้ำท่วมสูงเกินกว่าครึ่งล้อรถยนต์ คุณต้องตรวจเช็กดูให้แน่ใจว่าน้ำเข้าท่อไอเสียและมอเตอร์สตาร์ทหรือไม่ เพราะการสตาร์ทรถติดหรือไม่นั้นไม่สามารถบ่งบอกได้ เนื่องจากหากน้ำเข้าท่อไอเสียหรือมอเตอร์สตาร์ทก็มีโอกาสที่เครื่องจะติดหรือไม่ติดมีเท่ากัน ทางที่ดีคุณอาจจะยกรถไปที่ศูนย์เพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดน่าจะดีที่สุด

และในกรณีที่น้ำท่วมสูงทั้งคัน แนะนำให้ยกรถไปที่ศูนย์บริการดีที่สุด และไม่ควรสตาร์ทรถเอง เพราะเสี่ยงที่จะทำให้อะไหล่รถยนต์ในส่วนที่ไม่ได้รับความเสียหายอาจจะเกิดปัญหาได้ ฉะนั้นให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสภาพรถยนต์จะดีที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น